Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 กันยายน, 2557, 06:51:56

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานลูกทุ่งไทย เย็นจิตร พรเทวี  (อ่าน 9395 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NotBao
คนบ้านเดียวกันฺ
รองแม่ทัพภาค
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 3,944
สมาชิกลำดับที่ 106
เป็น"ควาย"มันไม่มีปัญญา ปัญหาเลยไม่มี



| |

« เมื่อ: 12 กรกฎาคม, 2553, 10:13:42 »



เย็นจิตร พรเทวี

คุณเชื่อหรือไม่ว่าเธอคนนี้ไม่มีใครสนใจเธอเลยจะว่าอาภัพก็น่าจะใช่ เพราะก้าวเข้ามาในวงการแต่กลับมีแต่คนเมิน อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่สวยงามปานประหนึ่งนางฟ้านั่นเองหน้าตาคมขำแต่ผิวดำจนแทบมองไม่เห็น ใครต่อใครเลยไม่ค่อยใส่ใจกับเธอนักเด็กสาวผิวดำสนิทสนมคนนี้เกิดที่บ้านเลขที่ 16 บ้านแก่งสนามนาง อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

ตั้งแต่เล็กมาแล้ว ใครๆ ก็เรียกจิกหัวเธอว่า อีดำ บางทีก็เรียกเสียเต็มยศว่า อีดำบัวใหญ่มีพี่น้องร่วมท้องกัน 8 คน เป็นชาย 4 หญิง 4 เธอเป็นลูกสาวคนที่ 4สาวโคราชบ้านเอ๋งคนนี้เป็นลูกสาวของ พ่อกว้าง - แม่เพียร เรียนหนังสือน้อยแค่ ป.4 เท่านั้น แถวๆ บ้านเกิดนั่นแหละจริง ๆ เธอชื่อ เด็กหญิงส้มกลีบ ชุมครีนอกสมัยเด็กๆ พอออกจากโรงเรียนมาก็ต้องช่วยพ่อแม่เลี้ยงควาย เพราะที่บ้านเป็นชาวนา คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ แม้ใจจะชอบเรื่องร้องรำทำเพลงอยู่แต่ก็เหมือนไกลเกินฝันนั่งบนหลังควายก็ร้องเพลงกล่อมควายไปเรื่อยเปื่อย ชีวิตอยู่แค่นี้ไม่มีสีแสงอะไรฉาบฉายเข้ามาให้ตื่นเต้นสักครั้ง

ช่วงเวลานั้น เรียน ดาราน้อย กำลังดังมากๆ เพลงที่สาวบัวใหญ่ใจรักคนนี้มักร้องกล่อมไอ้ทุยประจำคือเพลง คอยวันเธอใจเดียวแล้วชีวิตก็พลิกผันจนได้ เหมือนโชคชะตาดลบันดาลวันหนึ่งเธอเข้าไปที่อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ด้วยความตั้งใจว่าจะเข้าไปสมัครร้องเพลงที่ สำนักงานแก่นเพชรไม่ได้คิดอะไรมาก แค่อยากลองดู เพราะอยู่ไปวันๆ ก็มีแต่เลี้ยงควาย เลี้ยงตั้งแต่เด็กจนเริ่มจะเป็นสาวแล้วก็ยังเลี้ยงควายอยู่ไม่อยากให้ชีวิตจมติดอยู่บนหลังควายทั้งชาติ เลยอยากลองร้องเพลงดูมั่ง เพราะความรู้น้อยไปสมัครงานอื่นเขาคงไม่รับ อาศัยใจรักทางร้องเพลงเลยอยากลองดู ได้ก็ดี ไม่ได้ก็กลับไปเลี้ยงควายเหมือนเดิม แล้วเธอก็ได้พบกับครูสุมทุม ไผ่ริมบึง นักแต่งเพลงชื่อดังที่แต่ง สาวอีสานรอรัก - อรอุมา สิงห์ศิริ ร้องจนดังคับบ้านคับเมือง

หมือนฟ้าบันดาลบันดลให้คนอย่าง อีดำบัวใหญ่ ที่ไม่มีใครสนอกสนใจอะไรนักหนา ได้เจอกับครูเพลงคนดังอย่าง ครูสุมทุม ไผ่ริมบึง

เหมือนฟ้าลิขิตให้เป็นไปอย่างนั้น เพราะวันคืนครูท่านก็ไม่ได้ไปที่สำนักงาน ''แก่นเพชร'' แต่ไหงวันนั้นไม่รู้อะไรเข้าสิงใจให้ครูท่านไป

ไปเพื่อจะได้เจอกับอีดำบัวใหญ่คนนี้สาวส้ม กลีบใจกล้าเดินเข้าไปสมัครร้องเพลงที่สำนักงาน พอคนในสำนักงานเขาบอกว่า เอ้าร้องได้ เธอก็เริ่มต้นเปิดปากครวญเพลง เรียม ดาราน้อย ทันที ''เมื่อไหร่หนอใจของเธอจะเหลือเพียงใจเดียว แหละมีรักเดียวคนเดียวเพียงฉันนี้เท่านั้น''คนทั้งสำนักงานตกตะลึงพรึงเพริด ขนาดคนที่มาสมัครร้องเพลงเหมือนกันยังอ้าปากค้างครู สุมทุม ไผ่ริมบึง ที่นั่งอยู่ถึงขนาดเงยหน้าขึ้นมาตั้งใจฟังเสียงเธออย่างเอาจริงเอาจัง สายตาจ้องเป๋งไปยังสาวผอมดำตาคมกริบคนนี้ที่กำลังเปิดปากร้องเพลงไปแบบไม่ เกรงใจใครทั้งนั้น

สิ้นเสียงเพลง เสียงปรบมือดังสนั่นลั่นสำนักงานครูสุมทุม เรียกเธอเข้าไปหาทันที พูดจากันไม่กี่คำ สาวเจ้าก็ตาโตเป็นไข่ห่าน ยิ้มฟันขาวออกจากสำนักงานไปเหมือนดีใจสุดฤทธิ์สุดเดชจะไม่ดีใจได้อย่างไร ก็ครูเพลงชื่อดังบอกว่าจะแต่งเพลงให้เธอร้องบันทึกเสียงเลย ไม่ต้องผ่านเวทีประกวดที่ไหน ไม่ต้องไปเป็นลูกวงของหมอลำหรือดนตรีคณะใด โชคชะตาเล่นตลก เมื่อวานยังเลี้ยงควายอยู่บ้านบัวใหญ่ วันนี้จะกลายเป็นนักร้องอัดแผ่นเสียงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สาวบัวใหญ่กลายเป็นนักร้องอัดแผ่นเสียงจริงๆ ครูเพลงชื่อดังไม่ได้หลอกเล่นเลยเพลงหญิงไทยใจกล้า-สาวลาวครวญ-น้ำตาแม่-สาวทุ่งอิสานนี่คือผลงานเพลงชุดแรกในชีวิต อีดำบัวใหญ่ ที่ใครๆ เคยจิกหัวเรียก

เงียบสนิท เพลงไม่ติดหูคนฟังเลย แต่สาวผิวคล้ำไม่เคยท้อ เธออุตสาหะพยายามเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตนเอง สอนใจตนเองตลอดเวลาว่าอย่าท้อ ก้มหน้าก้มตาร้องเพลงฝึกฝนตนเองต่อไป ปีพ.ศ. 2524 กลอนลำเพลินโต้ลมหนาว ดังกระหึ่มทั้งแผ่นดินอีสานที่บ้าน แก่งสนามนาง บัวใหญ่ เมืองโคราช แทบจะเลี้ยงควายทั้งตัวฉลองกันเลยนอกจาก ลำเพลินโต้ลมหนาว ยังมี ลำเพลินผู้ใหญ่ดี, ลำเพลินลูกสาวกำนัน, ลำเพลินพ่อบักหำน้อยเบาๆ ดังไล่หลังตามมาอีกเป็นพรวน

จากการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังของ คุณวิชัย จันทร์เจริญ ร้านอาหารที่มหาสารคาม สวนอาหารที่ขอนแก่น ในตอนที่เธอยังไม่ดังเธอก็เคยไปร้องมาแล้ว แล้วคุณผู้อ่านจำเธอได้ไหม เจ้าของเพลง คิดถึงทุ่งลุยลาย ที่โด่งดัง เย็นจิตร พรเทวี

ที่มา http://www.siamdara.com/column/00000692.html

<a href="http://www.youtube.com/v/tbIQzrzpEyo&amp;amp;hl&amp;autoplay=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/tbIQzrzpEyo&amp;amp;hl&amp;autoplay=1</a>

คิดถึงทุ่งลุยลาย - เย็นจิตร พรเทวี

จากอีสานบ้านนา มาอยู่กรุง จากแดนทุ่งลุยลาย..
ชัยภูมิบ้านเดิม ถิ่นเกิดกาย บ่ได้หมายจากจร

กลางคืนนอนฝัน ฉันนี้ก็ยังอาวรณ์
ก่อนหลับก่อนนอน ฉันอาวรณ์อาลัย
อยู่ไกล.ละหัวใจไม่ห่าง อยู่ไกล.ละหัวใจไม่ห่าง
คิดฮอดเด๋กองฟาง คิดฮอดตอนนางร้องเพลง

หนุ่มเมืองกรุงวุ่นวาย ทำลายใจ บ่ได้หมายหวั่นเกรง
อยู่บ้านนาป่าดอน เงียบวังเวง บ่ได้เกรงผีพราย
ยังคงจำเสียง สำเนียงผู้บ่าวกล่อมใจ
บ่เคยเปลี่ยนไป หัวใจฉันคงแน่นเหนียว

อยู่กรุงละหัวใจแห้งเหี่ยว อยู่กรุงละหัวใจแห้งเหี่ยว
ผู้สาวลูกข้าวเหนียว ยังเปลี่ยวใจตัวเอง
อ้ายสุก อ้ายจ่อย คิดถึงอ้ายน้อยเอวบาง
ถ้าหากว่าอ้ายรับฟัง นักจัดรายการเปิดเพลง

นี่เป็นเสียงร้อง ของผู้สาวบ้านอ้ายเอง
นี่เป็นเสียงร้อง ของผู้สาวบ้านอ้ายเอง
ขอฝากเสียงเพลง กล่อมแดนทุ่งลุยลาย

เบื่อเมืองกรุงเต็มทน เบื่อคนลวง
คนเมืองหลวงหลายใจ อยากจะกลับบ้านนา
ทุ่งลุยลาย ให้สบายหัวใจ เมืองกรุงเมืองฟ้า
น้ำตาฉันเคยหลั่งไหล อยู่นานมากไป
หัวใจฉันคงแหลกราน

ไม่มีชายใด จะหวังใจยึดมั่น ไม่มีชายใด จะหวังใจยึดมั่น
คิดฮอดเด๋อีสาน คิดฮอดดอกจานทุ่งลุยลาย
อ้ายสุก อ้ายจ่อย คิดถึงอ้ายน้อยเอวบาง
ถ้าหากว่าอ้ายรับฟัง นักจัดรายการเปิดเพลง

นี่เป็นเสียงร้อง ของผู้สาวบ้านอ้ายเอง
นี่เป็นเสียงร้อง ของผู้สาวบ้านอ้ายเอง
ขอฝากเสียงเพลง กล่อมแดนทุ่งลุยลาย
เบื่อเมืองกรุงเต็มทน เบื่อคนลวง

คนเมืองหลวงหลายใจ อยากจะกลับบ้านนา
ทุ่งลุยลาย ให้สบายหัวใจ เมืองกรุงเมืองฟ้า
น้ำตาฉันเคยหลั่งไหล อยู่นานมากไป
หัวใจฉันคงแหลกราน

ไม่มีชายใด จะหวังใจยึดมั่น ไม่มีชายใด จะหวังใจยึดมั่น
คิดฮอดเด๋อีสาน คิดฮอดดอกจานทุ่งลุยลาย

 
บันทึกการเข้า





หากหัวใจยังรักควาย  ๓oปี คาราบาว
กระแสลมยิ่งแรงพัดผ่าน ดวงวิญญาณยิ่งกล้ายิ่งแกร่ง
ฝ่าคลื่นลมด้วยใจมุ่งมั่น ดวงตะวันสีทองส่องแสง


หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: