Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 กรกฎาคม, 2557, 02:24:57

   

ผู้เขียน หัวข้อ: "อิคคิวซัง" เณรน้อยเจ้าปัญญา  (อ่าน 7571 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« เมื่อ: 15 มีนาคม, 2552, 09:48:13 »

"อิคคิวซัง" เณรน้อยเจ้าปัญญา


<a href="http://media.imeem.com/m/c7Uo0G6Ira" target="_blank">http://media.imeem.com/m/c7Uo0G6Ira</a>

เณรน้อยเจ้าปัญญา

ชื่อไทย    เณรน้อยเจ้าปัญญา
ชื่อญี่ปุ่น    ????
ชื่ออังกฤษ    Ikky?-san
ประเภท    โชเน็น
แนว    คอเมดี้, ประวัติศาสตร์

ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์

ผู้กำกับ
   ฮิเดโอะ ฟุรุซาวะ ,คิมิโอะ ยาบูกิ ,เท็ตซึโอะ อิมาซาวะ
ผลิตโดย    โตเอแอนิเมชัน
ฉายทาง    Flag of ญี่ปุ่น ทีวีอาซาฮี, Flag of ไทย ช่อง 3
ฉายครั้งแรก    15 ตุลาคม 2518 ? 28 มิถุนายน 2525


      เณรน้อยเจ้าปัญญา (??????, Ikkyusan, ?????) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องราวเกี่ยวกับ อิคคิว เณรในนิกายเซนที่มีปัญญาฉลาดหลักแหลม ตัวละครอิคคิวมาจากพระนิกายเซนชื่อ อิคคิว โซจุน ที่มีชีวิตในช่วง พ.ศ. 1937?2024

      เนื้อเรื่อง

      แต่ละตอนจะเกิดปัญหาต่างๆ ที่มาจากเพื่อนเณรในวัดอังโคะคุจิ คือ ชูเน็นซัง จินเน็นซัง เท็ซไซซัง และเทะสึไบซัง หรือที่โชกุนอาชิคางะ โยชิมิสึ กับคิเคียวยะซัง เจ้าของร้านขายของชำในละแวกวัด ร่วมกับลูกสาว สร้างขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งอิคคิวซัง แต่ก็ใช้วิธีการนั่งสมาธิเพื่อให้เกิดปัญญา และแก้ไขสถานการณ์ไปได้ทุกครั้ง โดยก่อนจะนั่งสมาธิ อิคคิวซังจะมีคำพูดประจำว่า ใช้?หมอง นั่ง?มาธิ และโชกุนก็ยังสั่งการให้ซามูไรชิน เอมอน ซึ่งเป็นผู้ตรวจการ เฝ้าติดตามอิคคิวซังไปทุกที่ ราวกับเป็นองครักษ์ส่วนตัว โดยอิคคิวซัง เพื่อนเณร และซาโยจัง เด็กหญิงที่อาศัยอยู่บริเวณวัด จะเรียกว่า ชินเอมอนซัง

      ตัวละคร

    * อิคคิว
    * ซาโยจัง
    * นินะงะวะ ชินเอมอน "ชินเอมอนซัง"
    * หลวงพ่อ ไกคัง โอะโช
    * ชูเน็น
    * จินเน็น
    * เท็ซไซ
    * เทะสึไบ
    * โมะคุเน็น
    * คิเคียวยะ ริเฮ "คิเคียวยะซัง"
    * คิเคียวยะ ยาโยย
    * โชกุน โยชิมิสึ "ท่านโชกุน"
    * เจ้าหญิงสุเอะ
    * เจ้าหญิงซึยุ
    * เจ้าหนูจัมไม
    * แมว ทะมะ
    * ตุ๊กตาไล่ฝน



ที่มา วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บันทึกการเข้า




nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 15 มีนาคม, 2552, 10:10:14 »

อิคคิว ซัง


ชื่อภาษาญี่ปุ่น : Ikkyu-san (อิคคิว ซัง)
ชื่อภาษาอังกฤษ : Mister Ikkyu (มีสเตอร์ อิคคิว)
ชื่อภาษาไทย : เณรน้อยเจ้าปัญญา

ฉายที่ญี่ปุ่น : 15 ตุลาคม 1975 (พศ.2518) - 28 มิถุนายน 1982 (พศ.2525)
ฉายในไทย : อังคาร-พุธ ช่อง 3 19.15-19.30

บริษัทผู้สร้าง : บริษัท Toei Animation
ผู้แต่ง : Hisashi Sakaguchi
ออกแบบตัวละคร :
Hiroshi Wagatsuma, Megumu Ishiguro
ประเภท : ละคร, ชีวิตประจำวัน, ศาสนา


"อิคคิว ซัง" เป็นแค่ตัวการ์ตูนหรือตำนานที่มีอยู่จริง ?

          หากย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ในไทยมีการ์ตูนญี่ปุ่นที่เข้ามาฉายในไทยอยู่ไม่กี่เรื่องที่คนในสมัยนั้น รู้จักกันดี เช่น โดราเอม่อน อาราเร่ ผีน้อยคิวทาโร่ และอิคคิวซัง หลาย ๆ คนคงจะจำกันได้ดี จนกระทั่งปัจจบันนี้ปี 2002 การ์ตูนที่ยังคงกลับมาฉายในบ้านเราก็ยังคงเป็นอิคคิวซังซึ่งแพร่ภาพทางช่อง 3 ตอนเย็น ๆ ทำให้เด็กรุ่นใหม่ก็ยังรู้จัก "เณรน้อยเจ้าปัญญา อิคคิว ซัง" ความน่ารักของตัวการ์ตูน และเนื้อหาที่สนุกสนาน ยังคงมาสร้างความบันเทิงในบ้านเราไม่มีวันจบสิ้น อิคคิว ซัง จึงเป็นการ์ตูนอมตะเรื่องหนึ่ง แต่จะมีใครรู้บ้างว่าที่ญี่ปุ่น พระอิคคิว มีอยู่จริง รวมถึงหลักฐานต่าง ๆ ที่ยืนยันว่า "อิคคิว ซัง" ไม่ใช่แค่การ์ตูนแต่กลับเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว แอนจังเองก็ชอบการ์ตูนเรื่องนี้มาก แม้จะดูแล้วหลายรอบจนจำได้เกือบทุกตอนแต่ก็ไม่เคยลืมภาพความประทับใจของ การ์ตูนเรื่องนี้เลย มารู้จัก "อิคคิว ซัง" กันเถอะ.

          เมื่อ 600 ปีที่ผ่านมาเป็นยุค Muromachi (ประมาณ พศ.1338-1573) ช่วงที่ญี่ปุ่น ยังยึดติดเรื่องศักดินา อิคคิว ซัง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเณรน้อยหลังจากโชกุน Yoshimitsu Ashikaga ต้องการจะรวมประเทศญี่ปุ่น ในศตวรรษที่ 15 มีพระในนิกายเซนถือกำเนิดขึ้นที่ใคร ๆ รู้จักในนาม "Ikkyu San (อิคคิว ซัง)" ผู้ฉลาดหลักแหลม เขาเกิดในปี 1394 และตายในปี 1481 ด้วยวัย 87 ปี พ่อของเขาคือจักรพรรดิ์ Gokomatsu ซึ่งมีชายาสองฝ่ายคือ Nantyo (ชายาฝ่ายใต้) และ Hokutyo (ชายาฝ่ายเหนือ) แม่ของอิคคิวคือ Nantyo ภรรยาลับ ๆ ของจักรพรรดิ์ Gokomatsu พระองค์เกรงอำนาจของชายาฝ่ายเหนือ Hokutyo แม่ของอิคคิวจึงต้องออกจากราชวังตั้งแต่ Ikkyu ยังไม่เกิด พระจักดิ์พรรคส่งเจ้าชายและชายา ฝ่ายใต้ (แม่ของอิคคิว) มาจากพระราชวัง โชกุน Ahikaga จึงเปลี่ยนชื่อให้เจ้าชายน้อยว่า Ikkyo การ์ตูนเรื่องนี้พยายามจะนำเสนอ การใช้ชีวิตของ อิคคิว ในวัดและต้องคอยต่อสู้กับลูกสาวพ่อค้า Yayoi ที่คอยเอาเปรียบวัด รวมถึงเรื่องศาสนา มีทั้งมุขตลกสำหรับเด็ก ๆ และเรื่องรวมความซาบซึ่งต่าง ๆ ไว้ครบ

          เมื่อ อิคคิวเกิดและอายุได้ 6 ปี อิคคิวได้บวชเรียนในวัดนิกายเซ็นในเกียวโตชื่อวัด "Ankokuji (อังโคะคุจิ)" อิคคิวฝึกตนค่อนข้างจะเข้มงวด จากหลวงพ่อของวัดอังโคะคุจิถึง 10 ปี รอบ ๆ ตัวของอิคคิวมีแต่ขุนนางชั้นสูงในสมัยนั้น ต่างก็เสแสร้ง และหลอกลวง ไม่จริงใจกับอิคคิว พวกขุนนาง เมื่ออิคคิวอายุได้ 16 ปี เขาเริ่มทนไม่ได้กับความเสแสร้างไม่จริงใจของพวกขุนนาง อิคคิวได้ออกจากวัดอังโคะคุจิ หลังจากนั้นชีวิตของอิคคิวก็พบกับความทุกข์ยากแสนสาหัส อิคคิวได้เป็นนักเรียนของ Kenou Osyou ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงทางด้านศาสนาของนิกายเซนจนกระทั่งอิคคิวเสียชีวิต เมื่อมีอายุได้ 87 ปี ในปี 1481 ชีวิตของอิคคิวนั้นได้ทำให้ทุกคนเห็นว่าเขามีฐานะเป็นถึง เจ้าชาย ในจักรพรรษดิ์ แต่ว่าอิคคิว ไม่เคยสนใจยศศักดิ์ ตำแหน่ง ความร่ำรวม เกียรติยศเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการเริ่มต้นของความสกปรก ความโลภ จิตใจของอิคคิวบริสุทธิ์และไม่สนใจกับเกียรติยศใด ๆ

          นี่คือการ์ตูนที่สร้างมานานแล้วในญี่ปุ่น จะเรียกว่าเป็นการ์ตูน อมตะของญี่ปุ่น ก็ว่าได้ แม้แต่ในไทยเองก็เอามาออกอากาศทางทีวีหลายต่อหลายครั้งแต่การ์ตูนเรื่องนี้ได้แฝงคติ ความรู้ มากมายทั้งเรื่องความฉลาดของอิคคิว การแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยสมาธิ และความกตัญญูของอิคคิวที่มีต่อแม่ของเขา


ตัวละครในการ์ตูน   



อิคคิว ซัง เป็นเณรน้อยเจ้าปัญญา มีจิตใจดีงาม ชอบใช้ความคิดช่วยเหลือคน มีความกตัญญูและรักแม่มาก

      
โชกุน อะชิคะงะ ผู้มีตำแหน่งใหญ่หากเทียบกับปัจจุบัน ก็เปรียบเสมือนผู้ว่าฯ เวลาเหงาชอบเรียกอิคคิว ซัง มาเพื่อตอบปัญหาต่าง ๆ บางครั้งมีนิสัยเป็นเด็ก

   
ซาโยะจัง ด็กผู้หญิงชาวบ้าน ซึ่งอยู่กับตาที่แก่มาก แม่ของซาโยะจังตายตอนสงคราม และทิ้งหวีไว้ให้ซาโยจัง เธอมีแมวชื่อทามะ เป็นเพื่อน และเธอเป็นเพื่อนรักของอิคคิว       


แม่ของอิคคิว เป็นชายาลับ ๆ ของจักรพรรดิ์ เธอพาอิคคิวมาฝากไว้ที่วัดเพื่อบวชเรียน หลายครั้งเธอไม่ยอมพบกับอิคคิว เพราะต้องการให้อิคคิวเป็นคนเข้มแข็งไม่ติดแม่

   
หลวงพ่อ ของวัดอังโคะคุจิ เข้มงวด และเจ้าระเบียบ อิคคิวและเณรคนอื่น ๆ ในวัดต่างเกรงหลวงพ่อ แต่หลวงพ่อก็ดูแลความเรียบร้อยของวัด ได้เป็นอย่างดี       


คิเคียวยะซัง พ่อค้าในย่านนั้น มีนิสัยงก ขี้เหนียวชอบหากำไรกับวัด และหาเรื่องให้อิคคิวต้องปวดหัวเป็นประจำ

   
นินันงะวา ชินเนม่อน ซัง เป็นซามูไรของโชกุน อะชิคะงะ เป็นเพื่อนรักของอิคคิวเช่นเดียวกัน เขายอมเป็นศิษย์ของอิคคิวเพราะ นับถือในความฉลาดของอิคคิว และคอยช่วยเหลืออิคคิวในเรื่องต่าง ๆ       



ยาโยอิ ซัง ลูกสาวพ่อค้า ชอบแกล้งอิคคิวและเณรในวัด ทุกครั้งที่เธอปรากฎตัวจะต้องมีเรื่องปวดหัว มาให้อิคคิวทุกครั้ง เธอมีความกตัญญูกับพ่อของเธออย่างมาก



ตุ๊กตาไล่ฝน แม่ของอิคคิวทำให้ เป็นสัญญาลักษณ์แทนตัวแม่ของอิคคิว ทุกครั้งที่อิคคิวคิดถึงแม่ครั้งใด จะมานั่งดูตุ๊กตาตัวนี้


ที่มา [url=http://www.japankiku.com]www.japankiku.com[/url]        
บันทึกการเข้า

nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 15 มีนาคม, 2552, 10:25:40 »

       

       อิคคิวซัง" Ikkyu-san  มีตัวตนจริงๆครับ

       ท่านมีชื่อในวัยเด็กว่า "เซนงิกามารุ" เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1349 (พ.ศ.1892) เมืองซะกะโน ใกล้เมืองเกียวโต
       "อิ๊คคิวซัง" มีพ่อเป็นจักรพรรดิฝ่ายเหนือ ส่วนมารดา ที่การ์ตูนเรียก"ท่านแม่"ของเณรน้อย เป็นเจ้าหญิงในราชวงศ์ฝ่ายใต้ และถูกขับจากวังตั้งแต่อิ๊กคิวซังยังไม่คลอด
       สาเหตุที่"ท่านแม่" ที่เป็นเจ้าหญิงถูกขับออกจากวัง เพราะถูกฝ่ายตรงข้ามใส่ร้ายป้ายสี



วัดอังโกะกุจิ

       "ท่านแม่"ทรงให้"อิ๊กคิวซัง"บวชที่วัดอังโกะกุจิ เมื่ออายุ 6 ขวบ เพื่อหนีภัยการเมือง
       ซึ่งเณรน้อยได้ฉายาตอนนั้นว่า "ชูเคน"

       เมื่อบวชเป็นเณร อิ๊คคิววังตั้งอกตั้งใจศึกษาพระธรรม และฉายแวว"คนเจ้าปัญญา" มากขึ้นตามอายุ
       เมื่ออายุประมาณ 10 ขวบ อิ๊กคิวซังแต่งกลอนวิพากษ์วิจารณ์ความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของพระภิกษุนิกาย หนึ่ง ที่มีพฤติกรรมกอบโกยทรัพย์สิน หลงไหลยศฐาบรรดาศักดิ์บนความทุกข์ยากของชาวบ้าน

        กระทั่งอายุได้ 13 ปี "อิ๊คคิวซัง" จึงมีโอกาสเข้าพบแม่ทัพใหญ่ในยุคนั้น คือ"อาซิคะงะโยชิมิสึ"
       เป็นแม่ทัพคนเดียวกับที่ปรากฎในการ์ตูนคือ"ท่านโชกุน"นั่นเอง

       เมื่ออายุได้ 17 ปี "อิ๊กคิวซัง" ออกจากวัดอังโกะกุจิแล้วไปฝากตัวเป็นศิษย์ของ "หลวงพ่อเคนโอ"ที่วัดไซกอนจิ พร้อมได้ฉายา"โชจุน"
       ที่วัดแห่งนี้ หลวงพ่อเคนโอ เน้นการปฏิบัติธรรม โดยพระและเณรในวัด ต้องทำงานหนัก และอยู่กับสิ่งสกปรกเสียส่วนใหญ่

       เมื่อหลวงพ่อเคนโอมรณภาพ

       "อิ๊กคิวซัง" จึงเดินทางไปวัดอิชิยามา และปฏิบัติธรรมด้วยการอดอาหาร 7 วัน 7 คืน พร้อมสวดมนต์อุทิศส่วนบุญส่วนกศลให้อาจารย์ต่อหน้าพระโพธิสัตว์
       มีเรื่องเล่ากันว่า การมรณภาพของหลวงพ่อเคนโอ ทำให้อิ๊คคิวซังเสียใจมาก ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย

       "อิ๊คคิวซัง" ตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการเดินลงไปในแม่น้ำเซตะ พร้อมตั้งจิตอธิษฐานจิตว่า
       "ถ้าพระโพธิสัตว์ต้องการให้ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ ก็ขอให้ข้าพเจ้าฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ แต่หากชีวิตข้าพเจ้าไร้ซึ่งคุณค่าเสียแล้ว ข้าพเจ้าขออุทิศสังขารให้เป็นอาหารของปลาและสัตว์น้ำ"

       ระหว่างที่ดำดิ่งลงในท้องน้ำ "อิ๊กคิวซัง" พลันนึกถึงใบหน้า"ท่านแม่" และรำลึกถึงคำสอนของท่านขึ้นมา
       คำสอนนั้นคือ "เป็นลูกผู้ชายต้องไม่ย่อท้อ"
       "อิ๊กคิวซัง" จึงตะเกียกตะกายกลับขึ้นฝั่ง

       เมื่อท่านอายุได้ 23 ปี "อิ๊คคิวซัง" จึงไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อคะโซ แห่งวัดโคอัน พร้อมได้ฉายาใหม่เป็น"พระโซจุน"
       หลวงพ่อคะโซ เป็นพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ แต่พอใจที่จะใช้ชีวิตอย่างสมถะและพอใจในวัตรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและหนักหน่วง
       ดังนั้น เมื่อมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ อิ๊กคิวซังจึงต้องทำงานทั้งวัน และปฏิบัติธรรมอย่างหนักหน่วง
       นอกจากใช้แรงงานในวัดแล้ว อิ๊กคิวซังยังต้องสานรองเท้า เย็บเสื้อผ้าตุ๊กตาผู้หญิง รวมทั้งออกไปขายแรงงานในหมู่บ้านละแวกนั้น
       ที่สำคัญคือ อิ๊คคัวซังโดนพระรุ่นพี่ที่ไม่ชอบหน้ากลั่นแกล้ง ทำร้าย เตะต่อยอยู่เสมอ แต่ท่านก็อดทน

       ในที่สุด ความเพียรพยายามที่จะค้นหาสัจธรรมของท่านอิ๊คคิววังก็สำเร็จ
       โดยสามารถแก้ปริศนาธรรมที่หลวงพ่อคะโซตั้งไว้ได้ขณะมีวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น
       และ"พระโชจุน"ก็ได้รับฉายาใหม่ว่า "อิ๊กคิว โซจุน" ซึ่งหมายความว่า "รู้พ้นจากโลกสมมติตามบัญญัติของลัทธิเซน"



รูปปั้นอิ๊คคิวที่วัด Ikkyuji Temple

       ตำนานญี่ปุ่นระบุว่า "อิ๊กคิวซัง" น่าจะเป็นพระภิกษุที่บรรลุธรรมเมื่ออายุยังน้อยที่สุดรูปหนึ่งในพระพุทธศาสนา
       เพราะท่านสามารถบรรลุธรรมในขณะที่นั่งสมาธิบนเรือริมฝั่งทะเลสาบ
       "เหตุแห่งความทุกข์และความเศร้าหมองที่เกิดขึ้นในชีวิต ล้วนเกิดจากจิตที่เต็มไปด้วยอัตตา"
       นี่คือคือแก่นธรรมที่ท่านอิคคิวค้นพบ !!!


       ในหนังสือ"ปล่อยวางอย่างเซน" ของคุณละเอียด ศิลาน้อย ได้กล่าวถึงการสอนธรรมของท่านอิ๊คคิวซังไว้
       โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ท่านนินากาวะจะจากไป (ตาย) ซึ่ง"อิ๊กคิวซัง"ได้แวะมาเยี่ยมแล้วถาม "จะให้ผมนำทางให้ไหม?"
       นินากาวะตอบ "ฉันมาที่นี่แต่เพียงลำพังคนเดียว และฉันก็จะไปคนเดียว คุณจะช่วยอะไรฉันได้?"
       อิ๊กคิวซังจึงตอบกลับไปว่า " ถ้าคุณคิดว่าคุณมาและไปจริงๆ แล้วนั่นเป็นโมหะ (ความหลงผิด) ของท่านละ ขอให้ผมได้แสดงทางซึ่งไม่มีการมาและไม่มีการไปให้ท่านดูสักหน่อยเถิด"
       ด้วยคำพูดเพียงเท่านี้ "อิ๊กคิวซัง" ก็ได้ช่วยเปิดเผยเส้นทาง (แห่งธรรม) ให้แก่นินากาวะ ทำให้นินากาวะยิ้มแล้วจากไปอย่างสงบ

       ความเรื่อง"อิ๊กคิวซัง"บรรลุแก่นธรรมทราบถึง"หลวงพ่อคะโซ" ทำให้ท่านประสงค์จะมอบใบสำเร็จเปรียญธรรม และตำแหน่งเจ้าอาวาสให้อิ๊กคิวซังสืบทอด
       แต่"อิ๊กคิวซัง"ปฏิเสธ !!!
       ท่านให้เหตุผลว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งสมมติ"
       ท่านจึงออกธุดงค์

       กระทั่งอายุ 34 ปี "อิ๊กคิวซัง" จึงมีโอกาสเข้าเฝ้าท่านพ่อ ซึ่งเป็นองค์จักรพรรดิ

       และเป็นช่วงที่ท่านถูกกล่าวถึง และเป็นที่ขยาดหวาดกลัวและเกลียดชังจากภิกษุด้วยกัน
       เพราะท่านไม่พอใจกับการ"ยึดติด"ของบรรดาพระทุกรูป

       ครั้งหนึ่ง "อิ๊กคิวซัง" ไปร่วมงานครอบรอบวันมณภาพของพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งด้วยสภาพมอมแมมสกปรก จีวรหลุดลุ่ย และด่าทอพระที่มือถือสากปากถือศีล
       เนื่องเพราะมีพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่จำนวนมากที่ทำตัวเคร่งพระวินัย ถึงขนาดบอกว่าผู้หญิงเป็นมารศาสนา
       แต่เบื้องหลังกลับลักลอบให้แม่เล้านำโสเภณีมาบำเรอถึงในกุฏิ
       ท่านด่าทอพระผู้มีอิทธิพลมีหลายรูป ที่หลอกชาวบ้านว่าจะสามารถบรรลุธรรมได้หากบริจาคปัจจัยให้พระมากๆ รวมทั้งทำทุกอย่างที่ถือว่าเป็นอาบัติ ทั้งดื่มสุรา เล่นการพนัน ฉันเนื้อสัตว์ ไม่โกนผมและไว้หนวดเครา รวมถึงเดินเข้าออกซ่องโสเภณีอย่างเปิดเผย



วัดคิมิโอชิ

       โดยส่วนตัว "อิ๊กคิวซัง" ก็คบหาและปฏิบัติกับโสเภณีอย่างเปิดเผยสุภาพและให้เกียรติ
       ท่านเคยแบ่งส้มจากบาตรให้โสเภณีอดอยากทาน
       เคยปีนเขาเสี่ยงตายไปหาสมุนไพรมารักษาโสเภณีที่ป่วยหนักแม้ว่าจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

       กระทั่งเมื่อท่านอายุได้ 75 พรรษา ระหว่างที่ธุดงค์เร่ร่อนหลบภัยสงครามในประเทศไปอยู่ที่เมืองซึมิโยชิ
       ท่านได้พบกับ"โมริ" ศิลปินขอทานตาบอด และท่านได้รับนางเป็นภรรยา
       ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันคืนเดียว "โมริ" ก็หนีไปเพราะเกิดความอับอายและเกรงว่าตนจะทำให้ท่านอิ๊กคิวซังเสื่อมเสียชื่อเสียง
       แต่นางก็กลับมาหาอิ๊กคิวอีกหน เพราะไม่สามารถดำรงชีวิตลำพังได้ในสภาวะสงคราม




       เมื่ออายุได้ 85 ปี จักรพรรดิทรงแต่งตั้งให้"อิ๊กคิวซัง" เป็นเจ้าอาวาสวัดไดโตะกุจิ ซึ่งเป็นวัดหลวงที่สำคัญที่สุดในสมัยนั้น เมื่อไม่สามารถขัดพระราชประสงค์ได้ อิ๊กคิวซังจึงยอมรับตำแหน่ง
       แต่ท่านรับตำแหน่งเพียงแค่วันเดียวก็ลาออก และกลับไปอยู่วัดเมียวโชจิ ที่ท่านสร้าง
       "อิ๊คคิวซัง" มรณภาพหลังจากกลับมาอยู่วัดเมียวโชจิได้เพียง 2 ปี
       โดยท่านป่วยเป็นมาลาเรีย และละสังขารในท่านั่งสมาธิในอ้อมกอดของโมริ ภรรยาของท่าน
       ในเวลา 21 พฤศจิกายน ค.ศ.1481(พ.ศ.2024)
       "อิ๊คคิวซัง" มรณภาพเมื่ออายุ 88 ปี


ที่มา [url=http://www.oknation.net]www.oknation.net[/url]
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 04 พฤษภาคม, 2552, 01:05:57 »

เณรน้อยในความทรงจำ ..   ที่มาจาก http://mblog.manager.co.th/xanax71/th-59950/

        ?ท่านแม่ครับ สบายดีหรือเปล่า ?

         เมื่อคืนผมเห็นดาวดวงหนึ่ง ส่องแสงสุกใสอยู่บนปลายยอดสนซีด้าร์

         เวลามองดาวดวงนั้น ผมรู้สึกถึงความอ่อนโยนของท่านแม่

         ผมบอกกับดวงดาวนั้นว่า ผมเป็นลูกผู้ชาย ดังนั้นผมจะไม่ท้อแท้

         ถ้าเมื่อใดที่ผมเหงา ผมจะเขียนมาคุยด้วยอีก

         แค่นี้นะครับ แล้วจะเขียนจดหมายไปหาท่านแม่อีก

         อิ๊กคิว

         ท่านแม่ครับ สบายดีหรือเปล่า ?

         เมื่อวานนี้ที่วัดของเรา มีคนที่หมู่บ้านข้างๆเอาลูกแมวตัวน้อยมาให้

         เจ้าแมวน้อยร้องไห้เพราะว่ายังติดแม่ของมันอยู่

         ผมบอกกับมันว่าอย่าร้องไห้เลย เจ้าจะไม่เหงาหรอก

         เป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า อดทนไว้ วันหนึ่งเจ้าจะได้เจอแม่แน่นอน

         แค่นี้นะครับ แล้วจะเขียนจดหมายไปหาท่านแม่อีก

         อิ๊กคิว?   
     

         ในที่นี้คงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินหรือได้ชมการ์ตูนเรื่อง อิคคิวซัง หรือเณรน้อยเจ้าปัญญามาก่อน

         ฉันเป็นคนหนึ่งที่ประทับใจในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้ สิ่งต่างๆที่ดีที่น่ารักมักปะปนอยู่ในการ์ตูนประเภทนี้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่อง หรือแม้แต่บทเพลงในการ์ตูน เบิ้องต้นที่ยกมากล่าวถึงก็เช่นกัน บทเพลงในตอนจบของการ์ตูนอิกคิวซัง ที่มีคนแปลไว้เป็นภาษาไทย1 

         ดูเหมือนฉันจะเติบโตมาพร้อมกับการ์ตูนเณรน้อยเจ้าปัญญา แต่อาจจะเป็นความเข้าใจผิด เพราะตัวการ์ตูนก็ไม่ได้โตตามฉันเลย เวลาผ่านไป 20 กว่าปี อิกคิวในการ์ตูนก็ยังอายุเท่าเดิม วัยยังเทียบเท่ากับเด็กที่อยู่ในชั้นประถม     

          แต่ละตอนของอิกคิว อาจจะต่อเนื่องบ้างไม่ต่อเนื่องบ้าง ตามแต่ทางสถานีจะเอาตอนไหนมาฉายให้ผู้ชมวัยละอ่อนดู จวบจวนอายุเท่านี้ฉันก็ไม่เคยรู้ว่าตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้ มันเป็นเช่นไร

         จนมาวันหนึ่งในกระทู้ที่ถูกดึงขึ้นมาเป็นกระทู้แนะนำ2  ฉันคลิกเข้าไปอ่านกระทู้นั้น ได้อ่านและได้ชมตอนจบของอิกคิวซังจนน้ำตาหยดแหมะไปหลายหยด จนอยากเขียนเพื่อรำลึกถึงการ์ตูนเรื่องโปรดอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อเก็บไว้ในความทรงจำ

         บางคนอาจจะรู้ตอนจบ แต่ก็คงมีหลายคนที่ไม่รู้ว่าเรื่องราวจบลงได้อย่างไร อิกคิวซังไม่ได้จบแบบมีให้ผู้ชมเลือกเหมือนกับการ์ตูนโดราเอมอน ผู้เขียนเขียนไว้ให้จบในเวอร์ชั่นเดียว นั่นคือเณรน้อยเจ้าปัญญาออกธุดงค์

         ถามว่าทำไมเกิดอาการ ?อิน? จนกระทั่งน้ำตาหยดแหมะ นั่นคงเป็นเพราะรู้สึกผูกพันกับตัวการ์ตูนในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นอิคคิวซัง ซาโยจัง ยาโยยซัง ชินเอมอนซัง ชูเนนซัง เทตไซซัง คิเคียวยะซัง ท่านโชกุน หลวงพ่อ แม้กระทั่ง เจ้าหญิงซูยุ รวมทั้งคำว่า ปุจฉา วิสัชชนา ที่ติดปากในสมัยนั้น

          ครึ่งชั่วโมง สำหรับตอนจบ ระหว่างที่นั่งดูการร่ำลาก่อนที่อิคคิวซัง จะออกธุดงค์ ฉันอดนึกถึงตัวเองไม่ได้ ขณะที่กำลังจะร่ำลาสถานที่ทำงานที่อยู่มาในระยะเวลาที่ยาวนาน การที่เณรน้อยกำลังต่อสู้ระหว่างความรู้สึกที่ผูกพัน ในคนและสถานที่ที่เคยอยู่กับความรู้สึกที่จะไปแสวงหาคำตอบที่แท้จริงของชีวิตนั้น เป็นความลำบากเป็นอย่างยิ่ง

          ความลำบากใจในการเอ่ยร่ำลาจึงเลือกที่จะไม่เอ่ย แต่เลือกที่ไปเงียบๆ แต่ในที่สุดความผูกพันต่างๆมันส่งสัญญาณออกมาเอง แม้ไม่เอ่ยปากแต่ทุกคนต่างรู้สึก ในฉากสุดท้าย การเดินจากไปแต่เพียงลำพัง ท่ามกลางการเฝ้ามองของเหล่าเพื่อนในเรื่อง รวมทั้งเหล่าผู้ชมหน้าจอก็เป็นคำตอบสุดท้ายในชีวิตของตัวละครในจอ? อดเศร้าไม่ได้ ไม่เคยเห็นใครที่ไม่โศกเศร้ากับการลาจาก อาจจะแสดงออกหรือไม่ เท่านั้นเอง

          ฉันเองพอทราบมาว่า การ์ตูนเรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาในประเทศญี่ปุ่นจริงๆ จึงขอเข้าไปอ่านเรื่องราวต่ออีกหน่อย จากหลายๆแหล่งรวมทั้งสารานุกรมเสรีทั้งฉบับภาษาไทยและอังกฤษ ข้อมูลอาจผิดเพี๊ยนจากกันนิดหน่อยในเรื่องของอายุ เสียดายที่ไม่ประสากับภาษาญี่ปุ่น ไม่งั้นอาจได้ข้อมูลมากกว่านี้

          ฉันคงไม่สามารถนำประวัติของพระอิคคิว3 มาลงไว้ให้อ่านในบันทึกนี้ได้ เพราะเนื้อหาพอสมควร ครั้นจะตัดตอนมาก็เกรงว่าจะไม่เหมาะ หากท่านใดอยากทราบเพิ่มเติม คงต้องขอให้คลิกเข้าไปใบเวบที่แนะนำในตอนท้ายของบันทึก 

            และสุดท้าย เณรน้อยเจ้าปัญญา คงเป็นอีกเรื่องที่อยู่ในใจเรา ตลอดไป
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: