Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
03 กันยายน, 2557, 13:56:33

   

ผู้เขียน หัวข้อ: วัดบ้านสวน  (อ่าน 6923 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1] 2  ทั้งหมด
domm
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้ากลุ่ม
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 419
สมาชิกลำดับที่ 1065
" มาจากความไม่มีอะไร ไปหาความไม่มีอะไร "



| |

« เมื่อ: 06 เมษายน, 2552, 11:38:33 »

       วัดบ้านสวน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2070 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานกันว่า พระปรมาจารย์ ผู้เฒ่าวัดเขาอ้อ พร้อมด้วยพุทธบริษัทเป็นผู้สร้างขึ้น และเจ้าอาวาสรูปแรกก็คงสืบเชื้อสายจากวัดเขาอ้อเป็นลำดับมา และเนื่องจากมาถึงช่วงของการเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2310 วัดอาจจะรกร้างทำให้หลักฐานต่างๆ ตลอดจนรายนามเจ้าอาวาสได้สูญหายไปพอจะมีหลักฐาน และชื่อเจ้าอาวาสปรากฏในสมัยหลัง ประมาณ 200 ปีที่ผ่านมา โดยชาวบ้านตลอดจนพุทธบริษัทเรียกกันว่า "พ่อท่านสมภารนอโม" ตามประวัติที่ได้สืบมาว่า ท่านเป็นพระธุดงค์ ที่ได้เดินทางมาศึกษาในสำนักวัดเขาอ้อ เพราะสำนักวัดเขาอ้อเป็นตักศิลานครในอดีตกาล

      พ่อท่านสมภารนอโม เป็นผู้เล็งเห็นการณ์ไกล เที่ยวธุดงค์ในละแวกบ้านเขาอ้อ ดอนศาลา บ้านสวน และเห็นว่าที่บ้านสวนนี้เป็นเนินสูง มีวัดเก่าแก่รกร้าง ควรที่จะบูรณะ ท่านก็เลยถือหลักปักกลดลงที่นี่ บำเพ็ญสมณธรรมและบำรุงพระศาสนา โดยได้สร้างกุฏิ (เป็นที่ปรากฏหลักฐานอยู่ทางทิศใต้ของวัดในปัจจุบัน) ซึ่งภายหลังได้มีผู้ศรัทธาบูรณะ ทำรั้วรอบขอบชิดเป็นขอบเขตของกุฏิไว้เป็นสัดส่วน และสันนิษฐานกันว่า พ่อท่านสมภารนอโม ได้ทำนุบำรุงเสนาสนะและโบราณวัตถุ ให้มีสภาพที่ไม่เป็นวัดร้างอีกต่อไป คือ โบสถ์ ทำด้วยไม้กลมแก่นของต้นหาด หลังคามุงจาก มีพระพุทธรูปองค์เล็ก เป็นประธานอยู่ในโบสถ์ (ภายหลังได้สร้างโบสถ์ใหม่คร่อม) ในสมัยพระฤทธิ์ และหลังที่สร้างคร่อมนี้ก็ได้รื้อไปหมดแล้ว เพราะทางวัดสร้างโบสถ์หลังใหม่ขนาดใหญ่ 2 ชั้นขึ้น

ปัจจุบัน วัดบ้านสวนมี "พระครูขันตยาภรณ์ หรือหลวงพ่อพรหม ขันติโก ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านเป็นศิษย์สายตรง หลวงพ่อคง ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ นับเป็นผู้สืบทอดสรรพวิชาโดยตรงจากหลวงพ่อคง ซึ่งเป็นสายวัดบ้านสวน นับจากพ่อท่านสมภารนอโม อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง

หลวงพ่อพรหม ท่านมีศิษย์คู่ใจที่นับได้ว่าเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสืบทอดสรรพวิชาของสายวัดบ้านสวน คือ พระครูโสภณกิตยาทร หรือพระอาจารย์รรรสิริ ซึ่งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดบ้านสวนอยู่ในขณะนี้ ที่ผ่านมาท่านได้มุ่งมั่นตั้งใจศึกษาในพระธรรมวินัย จนสามารถสำเร็จนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ และศึกษาระดับปริญญาตรี คณะพุทธศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ท่านมีความรู้ความสามารถเป็นพิเศษเกี่ยวภาษาขอม ด้านคอมพิวเตอร์ และมีความชำนาญในด้านการก่อสร้าง การออกแบบ และการไฟฟ้า

ในด้านพุทธาคมท่านได้ศึกษาตำรับวิทยาคมสายเขาอ้อ โดยได้ศึกษาเล่าเรียนจาก พระครูขันตยาภรณ์ (หลวงพ่อคง) และพราหมณ์ประจวบ คงเหลือ ฆราวาสผู้ขมังเวทแห่งสำนักเขาอ้อ ปัจจุบันนี้ถ้ามีการพุทธาภิเษกวัตถุมงคลต่างๆ ในจังหวัดภาคใต้ จะนิมนต์พระอาจารย์รรรสิริ ไปด้วยทุกครั้ง ด้วยความเข้มขลังในพุทธาคมมนต์พระเวท เป็นประจักษ์แก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหา

ปีนี้ "พระอาจารย์รรรสิริ" ได้จัดสร้างวัตถุมงคล "หลวงปู่ทวดลอยองค์ รุ่นมหายันต์นอโมมหาเศรษฐี" เพื่อหารายได้บูรณะวัดเขาดิน ถ้ำพ่อท่านนอโม ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นวัดร้างอยู่ โดยได้รวบรวมแผ่นจารอักขระยันต์ต่างๆ ที่ได้จารเก็บไว้มานานนำมาเป็นชนวนมวลสารในการจัดสร้าง ประกอบด้วยยันต์นอโมตำรับสำนักเขาอ้อ (ฉบับวัดบ้านสวน) ยันต์หัวใจบุรุษ ยันต์หัวใจตรีนิสิงเห, ยันต์ธรรมราช, ยันต์จตุโรบังเกิดทรัพย์, ยันต์โสฬสมหามงคล, ยันต์เกราะเพชร, นะแคล้วคลาดสูตรพ่อท่านคง วัดบ้านสวน, นะ 108 ฯลฯ

วัตถุมงคลที่จัดสร้างมีทั้งหมดด้วยกัน 6 เนื้อโลหะ เนื้อสัมฤทธิ์, เนื้อนวโลหะ, เนื้อเมฆสิทธิ์, เนื้อชนวน, เนื้อระฆัง, เนื้อทองผสม, ซึ่งทุกเนื้อล้วนมีอักขระยันต์อันศักดิ์สิทธิ์เป็นชนวนมวลสารอยู่ เรียกได้ว่าดีจนถึงเนื้อใน ส่วนรูปแบบก็ครบถ้วนด้วยศาสตร์และศิลป์ นับได้ว่าเป็นวัตถุมงคลที่มีดีทั้งนอกและเนื้อใน

หลวงปู่ทวด รุ่นนอโมมหาเศรษฐี สุดยอดอมตะวัตถุมงคลที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้อีกรุ่นหนึ่ง ประกอบด้วย 1.ชุดกรรมการ จัดสร้างจำนวน 129 ชุด มี 5 องค์ เนื้อเงิน, เนื้อนวะโลหะ, เนื้อสัตตโลหะ, เนื้อสัมฤทธิ์, เนื้อทองแดง, ตอกโค้ด รันนัมเบอร์ บูชาชุดละ 3,000 บาท 2.เนื้อนวโลหะ สร้างจำนวน 500 องค์ บูชาองค์ละ 500บาท 3.เนื้อสัมฤทธิ์ สร้างจำนวน 2,000 องค์ บูชาองค์ละ 300 บาท 4.เนื้อทองแดง สร้างจำนวน 2,000 องค์ บูชาองค์ละ 200 บาท 5.เนื้อเบ้าทุบหล่อดินไทย สร้างจำนวน 500 องค์ บูชาองค์ละ 999 บาท ทุกองค์ตอกโค้ด รันนัมเบอร์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พระอาจารย์รรรสิริ วัดบ้านสวน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โทร. 08-1766-9426, 08-9470-9333, 08-9731-1117
บันทึกการเข้า




domm
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้ากลุ่ม
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 419
สมาชิกลำดับที่ 1065
" มาจากความไม่มีอะไร ไปหาความไม่มีอะไร "



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 04 พฤษภาคม, 2552, 09:27:01 »

ข้อมูลเพิ่มเติม จาก 109 wat.com

วัดบ้านสวนตั้งอยู่ที่เลขที่ ๑๖๖ หมู่ที่ ๖ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ทำเลที่ตั้งเป็นเนินสูงเล็กน้อย น้ำท่วมไม่ถึงตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นพอสมควร ทิศเหนือจดถนนสายบ้านสวนซึ่งเป็นซอย ทิศใต้จดที่ดิน นายดิษ เดชสง นายคล้าย แต้มช่วย และที่ดินนายเยื้อน ชูยกทิศ ตะวันออกจดถนนสายบ้านสวน-บ่อนห้วยหมาก ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง ทิศตะวันตกจดที่ดินนายแสง รองเหลือ นายเล็ก ขุนสังข์ นายชม อินทรสมบัติ มีเนื้อที่ทั้งหมด ๓๘ ไร่ ๓ งาน ๓๘ ตารางวา ตาม ส.ค. ๑ เลขที่ ๕๐๔ มีธรณีสงฆ์รวม ๕ แปลง เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๓ งาน ๗๓ ตารางวา โดยหนังสือ น.ส. ๓ เลขที่ ๑๘๘๗ ส.ค. ๑ (พระมหาพรหม ขนฺติโก) เป็นเจ้าอาวาส
ความเป็นมาของวัดบ้านสวน (เหนือ) ตามหลักฐานในหนังสือทำเนียบวัดซึ่งพระครูพินิตฯ เรียบเรียง จากทำเนียบวัดจังหวัดพัทลุงของพระครูอริยสังวรณ์ อดีตเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง (มหานิกาย) กล่าวไว้ว่า สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๐ ตรงกับสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานกันว่า พระปรมาจารย์ผู้เฒ่าวัดเขาอ้อ พร้อมด้วยพุทธบริษัท เป็นผู้จัดสร้างขึ้น เชื่อกันว่า วัดบ้านสวนมีความสัมพันธ์อยู่ในเครือสายวัดเขาอ้อ โดยที่วัดเขาอ้อสร้างขึ้นก่อน ในราว จ.ศ. ๓๐๑ (พ.ศ. ๒๔๘๒) ต่อมาในระยะหลังเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อเห็นว่า ในละแวกใกล้ ๆ มีชาวบ้านผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่มากมาย จึงตั้งวัดดอนศาลาขึ้นเป็นวัดที่ ๒ และเข้าใจว่าต่อมาก็ได้สร้างวัดบ้านสวนเป็นวัดที่สาม ในระยะแรก ๆ สันนิษฐานกันว่าเจ้าอาวาสคงสืบเชื้อสายมาจากวัดเข้าอ้อ เป็นลำดับ ดังจะเห็นได้จากในสมัยปัจจุบันพระครูสิทธิยาภิรัต (หลวงพ่อเอียด) อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนศาลาเป็นศิษย์สำนักวัดเขาอ้อ พระครูสิทธิยาภิรัต วัดดอนศาลา สุดท้ายพระครูอดุลธรรมกิตติ์ (พระใบฎีกากลั่น อคฺคธมุโม) เจ้าอาวาสวัดเขาอ้อเป็นศิษย์พระครูพิพัฒน์สิริธร วัดบ้านสวน ทำให้เข้าใจว่า ทั้ง ๓ วัดนี้มีความสัมพันธ์กันเรื่อยมาตามกาลสมัย
วัดบ้านสวนนี้ ครั้งหนึ่งชาวบ้านเรียกขานกันว่า วัดกุลหอม หรือ วัดพิกุลหอม ดังคำกลอนสนุก ๆ ว่า
วัดกุลหอมจอมควนบ้านสวนนี้ ยังมีโจรดีดีสามสี่คน อยู่ตำบลมะกอกเหนือเหลือที่จัด ลักหนุนวัดเห็นง่ายไม่ขัดสน
แต่เนื่องจากที่นี้เป็นควนบ้านสวนชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากมาว่า วัดบ้านสวน หลายปีผ่านมา วัดบ้านสวน เกิดขึ้นอีกวัดหนึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ทางราชการจึงตั้งชื่อ เพื่อไม่ให้ไขว้เขวเกี่ยวกับสองวัดนี้โดยให้วัดบ้านสวน ตำบลควนมะพร้าว ชื่อว่า วัดบ้านสวนใต้ วัดบ้านสวนตำบลมะกอกเหนือ ชื่อว่า วัดบ้านสวนเหนือ
หลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับความเป็นมาของวัดได้สูญหายไปครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๑๐ ฉะนั้นจึงไม่ทราบว่าพระภิกษุรูปใดกันแน่ที่เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เพียงแต่สันนิษฐานกันเท่านั้น และในช่วงต่อมาก็ไม่ปรากฏชื่อเจ้าอาวาส หลักฐานช่วงนี้ขาดหายไปกว่า ๓๐๐ ปี หรืออาจจะเป็นวัดร้างเสียก็ได้ ทั้งนี้เพราะปรากฏหลักฐานว่า ก่อนปี พ.ศ. ๒๒๘๔ (จ.ศ. ๑๑๐๓) วัดเขาอ้อซึ่งจัดว่าเป็นวัดใหญ่ของแถบนี้ก็มีสภาพรกร้างตามสารตราของเจ้า พระยานครศรีธรรมราชมีมาถึงพระยาแก้วโกรพพิชัยฯ เจ้าเมืองพัทลุง ลงวันเสาร์ เดือน ๙ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีระกา จุลศักราช ๑๑๐๓ ความตอนหนึ่งว่า
ด้วยขุนศรีสมบัตินายกองสุราเข้าไปฟ้องว่า ที่วัดเขาอ้อนี้เป็นวัดที่สร้างมาก่อนแล้วกลับรกร้างสิ่งก่อสร้างชำรุดทรุดโทรมลงคราวหนึ่ง
ดังนั้น วัดบ้านสวนจึงอาจขาดพระภิกษุดูแล หรือเป็นวัดร้างเช่นกันก็ได้ จึงไม่มีโบราณสถาน โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุสมัยกรุงศรีอยุธยาเหมือนเป็นหลักฐานชั้นต้นได้เลย หลักฐานชั้นรองก็สาบสูญ พอจะมีชื่อเจ้าอาวาสสมัยหลัง ประมาณ ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา ชื่อว่า พ่อท่านสมภารนอโม ซึ่งท่านคงไป ๆ มา ๆ ระหว่างวัดเขาอ้อ วัดดอนศาลา วัดบ้านสวน และท่านเป็นพระอาจารย์ผู้เก่งกล้าทางวิทยาคม สามารถสำแดงปาฏิหารย์ต่าง ๆ ได้ ยังมีหลักฐานปรากฏมาจนปัจจุบัน คือ กุฏิ (ภายหลังผู้มีจิตศรัทธาได้สร้างรั้วรอบกั้นไว้เป็นสัดส่วนอยู่ทางทิศใต้ของ วัดปัจจุบัน) มีโบสถ์ทำด้วยเสาไม้กลมแกนต้นหาด หลังคามุงจาก มีพระพุทธรูปองค์เล็กเป็นพระประธานอยู่ในโบสถ์ (ภายหลังได้สร้างโบสถ์ใหม่คร่อม) และโรงฉัน ๑ หลัง
เจ้าอาวาสที่พอจะมีหลักฐานแน่ชัดรูปแรก คือ พ่อท่านเทพ เป็นเจ้าอาวาสระหว่างปี ๒๔๓๐ ๒๔๔๖ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ท่านได้ชักชวนผู้มีจิตศรัทธาสร้างพระพุทธรูปสามองค์เป็นพระประธานและบริวาร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยนั่งขัดสมาธิเพชร ประดิษฐานไว้ในโบสถ์ และเนื่องจากโบสถ์ชำรุดทรุดโทรมมาก ท่านจึงเอาจากมากั้นไว้เฉพาะที่ประดิษฐานพระพุทธรูป เจ้าอาวาสรูปต่อมา คือ หลวงพ่อขำ โดยรักษาการในตำแหน่งมาถึง พ.ศ. ๒๔๔๗ ท่านก็มรณภาพ หลวงพ่อขลุก เป็นเจ้าอาวาสต่อมาถึง พ.ศ. ๒๔๖๖ ได้สร้างกุฎิ ๒ หลัง ในบั้นปลายของท่านพระเหมืยน พระชัย และพระฤทธิ์ ได้ร่วมแรงร่วมใจชักชวนพุทธบริษัทอยู่ใกล้วัดไปตัดไม้ที่ควนกฤษณา มาสร้างโบสถ์ ยังไม่ได้ลงมือสร้าง หลวงพ่อขลุกลาสิกขาบท พระฤทธิ์ทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาส ก็ได้ร่วมมือกับชาวบ้านมีพระเหมียนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ สร้างโบสถ์จนสำเร็จ ใน พ.ศ. ๒๔๖๗ ท่านก็ลาสิกขาบท หลวงพ่อนำ รักษาการแทนเจ้าอาวาสต่อมา
เมื่อหลวงพ่อนำลาสิกขาบท เกิดว่างเจ้าอาวาส พระในวัดและชาวบ้านจึงไปนิมนต์หลวงพ่อจันทร์วัดประดู่เรียงเป็นเจ้าอาวาสแทน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ๒๔๗๕ ท่านได้พัฒนาวัดบ้างเล็กน้อย ต่อมาท่านถูกชาวบ้านนิมนต์ไปประจำที่วัดภูเขาทอง ทางวัดจึงว่างเจ้าอาวาสอีก ชาวบ้านสวนจึงพร้อมใจไปหาท่านพระครูสิทธยาภิรัต เจ้าอาวาสวัดดอนศาลา เจ้าคณะตำบลมะกอกเหนือ ขอนิมนต์พระคง สิริมโต มาเป็นเจ้าอาวาส แต่นั้นมาพระคง สิริมโต มาปฏิบัติศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดบ้านสวน ท่านได้พัฒนาวัด สร้างความเจริญแก่วัด และบ้านควบคู่กันไป จนท่านได้รับสมณศักดิ์เป็น พระครูคง สิริมโต และสุดท้าย เป็นที่พระครูพิพัฒน์สิริธร เป็นพระอุปชฌาย์จารย์ เจ้าคณะตำบลมะกอกเหนือ จนท่านมรณภาพลง เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๗ ทางฝ่ายสงฆ์ได้แต่งตั้งพระครูคล้อย อโนโม (พระครูพิพิธวรกิจ) เจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง ให้รักษาการแทนเจ้าอาวาสและใน พ.ศ. ๒๕๑๘ ฝ่ายบรรพชิตและฝ่ายคฤหัสถ์ พุทธบริษัทของวัดบ้านสวนเห็นพ้องต้องกันว่า ลูกศิษย์ของท่านพระครูพิพัฒน์สิริธร (หลวงพ่อคง) ที่พอจะรักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ คือพระมหาพรหม ขนฺติโก ซึ่งได้ไปศึกษาธรรมอยู่ที่วัดวิเศษการ กรุงเทพฯ และประจำอยู่ที่นั่น จึงได้ลงบัญชีรายชื่อเสนอไปยังพระครูวินัยธรเกตุ เจ้าอาวาสวัดวิเศษการนิมนต์พระมหาพรหม ขนฺติโก มาเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน ซึ่งก็ได้รับอนุญาต พระมหาพรหม ขนฺติโก จึงมารักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาส ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๘ จนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๑๙ ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน มาจนถึงปัจจุบัน
พระมหาพรหม ขนฺติโก ได้ปฏิบัติหน้าที่สืบเจตนารมณ์ของท่านพระครูพิพัฒน์สิริธร (หลวงพ่อคง) ในการพัฒนาวัดบ้านสวน บำรุงศาสนา ทั้งด้านการอบรมสั่งสอนเผยแผ่ธรรมะ ด้านการก่อสร้างศาสนสถาน ด้านการพัฒนาวัด พัฒนาหมู่บ้าน โรงเรียนประชาบาลในวัดตลอดจนหมู่บ้านใกล้เคียงให้มีความเจริญ พัฒนาทั้งด้านจิตใจควบคู่กันไปกับการพัฒาวัด จนท่านได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นที่พระครูขันตยาภรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑

พระครูขันตยาภรณ์ ได้ดำเนินการพัฒนาด้านศาสนา ดังนี้

พ.ศ. ๒๕๑๘ - บูรณะซ่อมแซมกุฏิขึ้น ๔ หลัง เนื่องจากกุฏิเดิมทรุดโทรมมาก
- สร้างถาวรวัตถุ (โต๊ะ, เก้าอี้) สำหรับใช้ในวัดและการกุศลพ.ศ. ๒๕๑๙ ๒๕๒๔ - สร้างกำแพงวัดทิศตะวันตกและทิศเหนือ แบบ ค.ส.ล.
- สร้างหอฉันหลังใหญ่แทนที่หลักเก่าที่ชำรุด
- พัฒนาถมดินบริเวณลานวัดให้ราบเรียบเสมอกัน
- ปลูกยางพาราแทนที่ยางพันธุ์พื้นเมือง
- สร้างศาลาที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณและอุโบสถเก่า
- สร้างศาลาที่ประดิษฐานรูปเหมือนพระครูพิพัฒน์สิริธร (หลวง พ่อคง) อดีตเจ้าอาวาส
- ต่อเติมศาลาการเปรียญให้กว้างออกไปกว่าเดิมพ.ศ. ๒๕๑๘ ๒๕๓๕ - ดำเนินการก่อสร้างพระอุโบสถ ๒ ชั้น ต่อจากพระครูพิพัฒน์สิริธร (หลวงพ่อคง) อดีตเจ้าอาวาสจำสำเร็จใช้ในการประกอบ ศาสนกิจได้และเป็นศาสนสถานที่สวยงามและมีคุณค่าของชุมชนบ้านสวนอย่างหนึ่ง
- พัฒนาถนนสายเข้าวัด บริเวณวัดเป็นถนนอัดแน่น
- พัฒนาแหล่งน้ำบริโภคในหมู่บ้าน มีประปาหมู่บ้านใช้
- พัฒนาประสานให้มีไฟฟ้าชนบทใช้ในหมู่บ้าน
- พัฒนาแนะนำด้านอาชีพขึ้นที่วัด เช่น การจัดทำซีแพคขึ้นใช้ในวัดเป็นตัวอย่าง
- พัฒนาอาชีพช่างและศิลปะ โดยใช้วัดเป็นสถานที่ฝึกอบรม เช่น การออกแบบตกแต่งลายไทย การทำเครื่องปั้นดินเผาโดยการจัดหา วิทยากรมาทำการฝึกอบรมในวัด
- ชักชวนและเป็นผู้นำในการพัฒนาโรงเรียนประชาบาลในวัดเพื่อพัฒนาการศึกษาและ สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน เช่น การส่งเสริมให้มีกองทุนของโรงเรียน
- พัฒนาบริเวณโรงเรียน ให้จัดสร้างรั้วถาวรรอบโรงเรียน
- จัดสร้างอาคารเรียน โรงอาหารของโรงเรียนจนเสร็จ
- พัฒนาการศึกษาของเด็กก่อนเกณฑ์ โดยจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขึ้นในวัดและอุปการะตลอดมา
- พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนาแก่เด็กและเยาวชนโดยการเปิดสอนธรรมศึกษาชั้น ตรีแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาเปิดสอนธรรมศึกษาแก่ภิกษุสามเณร ในวัดตลอดมา
- พัฒนาส่งเสริมพุทธศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป โดยเป็นนักเทศน์แสดงธรรมในโอกาสต่างๆ ตามกิจนิมนต์บ้างตามโอกาสบ้างอย่างสม่ำเสมอได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูต
- และได้รับนิมนต์เป็นวิทยากรอบรมคุณธรรมแก่ข้าราชการในเขตจังหวัดยะลา จังหวัดชายแดนเป็นประจำปี

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้น โดยความร่วมมือร่วมแรงกาย แรงใจ และทรัพย์ จากพุทธศาสนิกชน และผู้มีจิตศรัทธาในประเทศ ต่างประเทศ เป็นพระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อสานเจตนารมณ์ของพระครูพิพัฒน์สิริธร (หลวงพ่อคง) อดีตเจ้าอาวาสได้ปรารภที่จะสร้างไว้เป็นพุทธบูชาในครั้งที่ท่านได้เดินทางไป จาริกแสวงบุญนมัสการสังเวชนียสถานประเทศอินเดีย พ.ศ. ๒๔๙๙ และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับการถวายจากทูตอินเดียสมัยนั้น โดยทำการวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๕ อันมีพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เป็นองค์ประธานและเป็นองค์อุปถัมถ์ตลอดมา ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างเสร็จประมาณ ๙๐%
ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่พระราชสิทธิวิเทศได้ให้ความเมตตาบริจาค ดาวกนกลวดลายติดบนเพดานในแต่ละชั้นของพระบรมธาตุเจดีย์จนสำเร็จเรียบร้อย ทั้งหมด
บันทึกการเข้า

tawanchai
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 2
สมาชิกลำดับที่ 3590


| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 17 ธันวาคม, 2552, 10:58:34 »

โห..สุดยอดดดดดด
บันทึกการเข้า

เผ่าพงษ์พระกฤษณะ
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 725
สมาชิกลำดับที่ 13992
วัดทุ่งเซียด-อุโบสถกลางน้ำศิลปศรีวิชัยแห่งแรกของประเทศไทย


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 28 มกราคม, 2554, 18:24:21 »

ขออนุญาติเพิ่มเติมในส่วนของรูปหน่อยนะ คับ ในชีวิตได้เคยไปมา 1 ครั้ง ก็เลยนำภาพมาให้ได้ชมกันนิดหน่อย คับ

บันทึกการเข้า

  วัดทุ่งเซียด.คอม 

เผ่าพงษ์พระกฤษณะ
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 725
สมาชิกลำดับที่ 13992
วัดทุ่งเซียด-อุโบสถกลางน้ำศิลปศรีวิชัยแห่งแรกของประเทศไทย


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 28 มกราคม, 2554, 18:25:01 »

อุโบสถวัดบ้านสวน ดูไปดูมาก็มีศิลปของประเทศสิงคโปร์ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเห็นได้ชัด







บันทึกการเข้า

  วัดทุ่งเซียด.คอม 

เผ่าพงษ์พระกฤษณะ
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 725
สมาชิกลำดับที่ 13992
วัดทุ่งเซียด-อุโบสถกลางน้ำศิลปศรีวิชัยแห่งแรกของประเทศไทย


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 28 มกราคม, 2554, 18:25:31 »

เจดีย์ วัดบ้านสวน ก็มีศิลปแบบสิงค์โปร์ เข้ามาเป็นส่วนประกอบด้วยอีกแล้วครับทั่น










บันทึกการเข้า

  วัดทุ่งเซียด.คอม 

เผ่าพงษ์พระกฤษณะ
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 725
สมาชิกลำดับที่ 13992
วัดทุ่งเซียด-อุโบสถกลางน้ำศิลปศรีวิชัยแห่งแรกของประเทศไทย


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 28 มกราคม, 2554, 18:26:14 »

ผสม ผสาน กัน ระหว่าง ศิลปะ 2 ประเทศ 2 นิกายของศาสนาพุทธเข้าไว้ด้วยกัน




บันทึกการเข้า

  วัดทุ่งเซียด.คอม 

หน้า: [1] 2  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: